ยินดีต้อนรับสู่บล็อกของ ด.ญ ธวัลรัตน์ ค่ะ

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

 ข้อมูลพื้นฐาน



ข้อมูลพื้นฐาน
      จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ประมาณ 20,107.057 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12,566,910 ไร่ จำแนกเป็นพื้นที่ป่าไม้ 69.92 % (8,787,656 ไร่) พื้นที่ทำการเกษตร 12.82 % (1,611,971 ไร่) พื้นที่อยู่อาศัยและอื่นๆ 17.26 % (2,167,971 ไร่) 
      ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและป่าละเมาะ มีที่ราบอยู่ตอนกลางตาม 2 ฝั่งแม่น้ำปิง สภาพพื้นที่แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ พื้นที่ภูเขา ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันตกของจังหวัด คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 80% ของพื้นที่จังหวัด เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารไม่เหมาะต่อการเพาะปลูก และพื้นที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบเชิงเขา กระจายอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขาทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ อันได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำฝาง และลุ่มน้ำแม่งัด เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร




ความเป็นมาของโครงการ


พื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำปิงมีพื้นที่รับน้ำฝนทั้งหมดประมาณ 34,856 ตารางกิโลเมตร แม่น้ำปิงมีต้นกำเนิดในทิวเขาผีปันน้ำในเขตอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ไหลจากทิศเหนือลงมาทางทิศใต้ผ่านพื้นที่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ลำน้ำสาขาที่สำคัญได้แก่ แม่แตง แม่งัด แม่กวง แม่งาน (แม่ขาน) และแม่แจ่ม สภาพภูมิประเทศตอนบนของลุ่มน้ำปิงเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนปกคลุมด้วยป่าไม้ จากการเพิ่มขึ้นของประชากรและการขยายตัวทางเศรษฐกิจทำให้มีความต้องการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น จึงได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงรวมทั้งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เช่น เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา แต่ในอนาคตปริมาณความต้องการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆจะเพิ่มมากขึ้นทั้งด้านอุปโภค บริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม อ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถกักเก็บน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติมทำได้ยากเพราะมีพื้นที่ที่เหมาะสมจำกัดและมีปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบันมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำเกิดขึ้นมากมาย เช่น ปัญหาการขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะในปีที่เกิดความแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วงหรือฝนตกน้อย และในปีที่มีฝนตกหนักติดต่อกันเนื่องจากความแปรปรวนของอากาศจะก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ทำความเสียหายแก่พืชผลและชุมชน ส่วนปัญหาด้านคุณภาพน้ำมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองทั้งทรัพยากรดิน น้ำ และป่าไม้ เป็นเหตุให้เกิดสภาพเสื่อมโทรมและก่อให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน จังหวัดเชียงใหม่จึงมีความจำเป็นต้องมีระบบการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมเพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำ




สภาพแหล่งน้ำ


จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ประมาณ 20,107 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 12,566,911 ไร่ มีจำนวนประชากรประมาณ 1.63 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552) แบ่งการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ 
      มีพื้นที่อยู่บน 5 ลุ่มน้ำหลัก คือ ลุ่มน้ำกก ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำสาละวิน ลุ่มน้ำวัง และลุ่มน้ำโขง แต่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตของลุ่มน้ำปิง มีเขื่อนภูมิพลเป็นเขตแบ่งลุ่มน้ำปิงตอนบนและลุ่มน้ำปิงตอนล่าง ลำน้ำธรรมชาติส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดมาจากภูเขาต่างๆ แม่น้ำที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ คือ แม่น้ำปิง นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำ ขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอ แม่แตง โดยพื้นที่ลุ่มน้ำหลักและลุ่มน้ำสาขา 





ทรัพยากรน้ำในพื้นที่

1. แหล่งน้ำในจังหวัด
      1.1 ลำน้ำ
1) แม่น้ำปิง เป็นแม่น้ำสายหลัก มีความยาวประมาณ 600 กิโลเมตร มีต้นน้ำมาจาก ดอยถ้วยในอำเภอเชียงดาว ไหลผ่านอำเภอเชียงดาว อำเภอแม่แตง อำเภอสันทราย อำเภอแม่ริม อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสารภี อำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านจังหวัดลำพูน จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร มีอัตราการไหลเฉลี่ย 440 ลบ.ม./วินาที และไหลไปรวมกับแม่น้ำน่านที่ตำบลปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา
2)แม่น้ำแตง มีความยาว 135 กิโลเมตร ต้นน้ำมาจากดอยบุกป่าแฝกขุนแม่แตงในเขตอำเภอเวียงแหง ไหลผ่านอำเภอแม่แตง ลงสู่แม่น้ำปิงฝั่งขวาที่ตำบลสันมหาพน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
มีอัตราการไหลเฉลี่ย 300 ลบ.ม./วินาที
 3)แม่น้ำแม่งัด มีความยาว 70 กิโลเมตร มีต้นน้ำมาจากภูเขาทางทิศเหนือของ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ไหลผ่านตำบลเวียง ตำบลน้ำแพร่ ตำบลแม่แวน ตำบลแม่ปั๋ง ตำบลโหล่งขอด ลงสู่แม่น้ำปิงฝั่งซ้ายที่บ้านช่อแล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
 4)แม่น้ำแม่กวง มีความยาว 105 กิโลเมตร มีต้นน้ำจากดอยผีปันน้ำ ไหลผ่านอำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสันทราย อำเภอสันกำแพง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และไหลผ่านจังหวัดลำพูน อำเภอบ้านธิ อำเภอเมืองลำพูน ลงสู่แม่น้ำปิงฝั่งซ้ายที่อำเภอป่าซาง
5) แม่น้ำแม่ริม มีความยาว 49 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ไหลผ่านอำเภอแม่ริม ลงสู่แม่น้ำปิงฝั่งขวาที่ตำบลริมใต้
 6)แม่น้ำแม่ขาน มีความยาว107 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากดอยแม่ตะละ และ ดอยแม่แดดน้อย อำเภอสะเมิง ไหลผ่านอำเภอแม่วางลงสู่แม่น้ำปิงฝั่งขวาที่ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง
 7)แม่น้ำกลาง มีความยาว 45 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาดอยอินทนนท์ ด้านตะวันออก ไหลผ่านอำเภอจอมทองลงสู่แม่น้ำปิงฝั่งขวา
 8)แม่น้ำแม่แจ่ม มีความยาว 170 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากภูเขาทิศเหนือของ ช่องปางเกี๊ยะในอำเภอแม่แจ่ม ไหลผ่านตัวอำเภอแม่แจ่ม และอำเภอฮอด ลงสู่แม่น้ำปิงฝั่งขวาที่บ้านสบแจ่ม อำเภอฮอด
 9)แม่น้ำแม่หาด มีความยาวประมาณ 70 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาในเขตอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ไหลลงสู่แม่น้ำปิงฝั่งซ้ายที่อำเภอดอยเต่า
10) แม่น้ำแม่ตื่น มีความยาว 150 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากช่องเขาระหว่างอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ไหลผ่านอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ลงสู่แม่น้ำปิงฝั่งขวาในเขตจังหวัดตาก
11)แม่น้ำกก มีความยาว 180 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากภูเขาทางทิศใต้ของเมือง เชียงตุง ประเทศพม่า ไหลผ่านเมืองกก เมืองสาตะในพม่า ผ่านอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอเมืองเชียงรายแล้วไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่อำเภอเชียงแสน
12) แม่น้ำฝาง มีความยาว 70 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากดอยหัวโท บนถนนสายเชียงใหม่-ฝาง เขตอำเภอไชยปราการไหลขึ้นทางทิศเหนือผ่านอำเภอไชยปราการ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย แล้วไหลลงสู่แม่น้ำกกฝั่งขวา 
 
      1.2 หนองบึง สระน้ำ
      จังหวัดเชียงใหม่มีแหล่งน้ำประเภทหนอง บึง สระน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในกิจกรรมหลายๆ ประเภท โดยมีการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการเพาะปลูกมากที่สุด ส่วนการเลี้ยงสัตว์ ประมง น้ำกินน้ำใช้ และอุตสาหกรรมในครัวเรือน มีการนำไปใช้ประโยชน์รองลงมาตามลำดับ
 
2.โครงสร้างพื้นฐานของแผล่งน้ำ
      2.1 อ่างเก็บน้ำสระเก็บน้ำ และฝาย
      จังหวัดเชียงใหม่ มีแหล่งน้ำพัฒนาประเภทอ่างเก็บน้ำ สระเก็บน้ำ และฝาย อยู่หลายแหล่งและมีทั้งประเภทโครงการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการขนาดเล็ก

อาหารพื้นเมือง

น้ำพริกหนุ่ม
เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อมากของชาวเหนือ การที่เรียกชื่ออย่างนี้เพราะใช้พริกอ่อน
หรือคนเหนือ เรียกว่าพริกหนุ่มเป็นหลัก นำมาจิ้มกับข้าวเหนียวอุ่นๆ แกล้มด้วยผัก จี้หูด หรือ แคบหมู 



น้ำพริกอ่อง
น้ำพริกชนิดนี้นำมาจากพม่า มีเนื้อเหนียวแน่นด้วยหมูสับ ที่โขลกเข้ากับเครื่องน้ำพริก
จากนั้นนำไปผัดน้ำมันเติมน้ำนิดหน่อย จิ้มทานกับข้าวนึ่ง แกล้มผักดิบ หรือผักลวกตามอัทยาศัย

แกงฮังเล
เป็นอาหารที่มาจากพม่า มีเนื้อหมูเป็นหลัก แกงด้วยกะทิและมีผงกะหรี่หรือผงฮังเล คล้ายๆแกงมัสมั่น
มีทั้งหมูสามชั้น และเนื้อหมูเป็นมันย่องน่ารับประทาน ส่วนเรื่องของ รสชาตินั้นมีทั้งรสเค็มนำ
ตามด้วยหวานและเปรี้ยวเล็กน้อย มีกลิ่นหอมขิงและมันถั่วลิสง

แกงแค
เป็นแกงที่ใช้พืชผักทางเหนือมาปรุง โดยใช้ผักอ่อนหลายชนิด แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ชะอม หากขาดไปถือว่าไม่เป็นแกงแคเลยที่เดียว
เครื่องปรุงน้ำแกงจะคล้ายแกงส้ม แต่ไม่ใส่น้ำตาลและน้ำส้มมะขาม แต่จะใส่น้ำปลาร้าเป็นชูรสและแทนน้ำปลาด้วย ซึ่งเป็นอิทธิพล
วัฒนธรรมมอญ ได้รสชาติที่กลมกล่อมด้วยเค็ม เปรี้ยวเล็กน้อย และ หวานน้ำผักอ่อน


ข้าวซอย
เป็นอาหารจานเดียวที่รู้จักกันดี ได้รับมาจากจีนฮ่อ ตามสูตรเดิมของข้าวซอยนั้น น้ำแกงจะต้มด้วยกระดูกเนื้อ
เคี่ยวกับเนื้อหมูและเครื่องแกง ไม่ใส่กระทิลงไปเหมือนในปัจจุบัน แต่เมื่อปรุง จะตักกะทิใส่ในชามก่อนเหยาะซีอิ้ว
ใส่พริกป่นผัดน้ำมันแล้วจึงใส่เส้นบะหมี่ที่ลวกจนนุ่มดีแล้ว ตักน้ำแกงและเนื้อราดบนบะหมี่ โรยต้นหอม
ผักชีซอย แต่ไม่ใส่ผักกาดดองและถั่วงอก ปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะนาว


ขนมจีนน้ำเงี้ยว
โดยดั้งเดิมเป็นของพวกไทใหญ่หรือชาวเงี้ยวในพม่า เดิมเรียกกันว่า "ข้าวเส้นน้ำไต" ขนมจีนน้ำเงี้ยวที่เรียกว่าอร่อยนั้น
น้ำแกงจะต้องข้น และหอมจากน้ำพริกแกง ที่คลุกเคล้ากับหมูสับละเอียด ใส่มะเขือส้มสีดาที่มีรสเปรี้ยว
และยังมีเลือดหมู หรือเลือดไก่เป็นส่วนผสมซึ่งต้องนิ่มพอดีไม่แข็งหรือเละจนเกินไป
และที่ขาดไม่ได้ คือเกสรดอกงิ้วป่า ซึ่งนำมาตากแห้งผสมลงไปด้วยจึงได้รสชาติที่กลม


















วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ชาติพันธุ์ในล้านนา

บ้างครับถ้าพูดถึงดินแดนล้านนา กลุ่มชาติพันธุ์ไทอาศัยอยู่ก็มีกันอย่างหลากหลาย หลักๆก็จะมีกลุ่มไทยวนหรือคนเมือง กลุ่มไทลื้อ กลุ่มไทใหญ่ และกลุ่มไทเขิน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มคนไทอาศัยร่วมอยู่ด้วย ฉนั้นไปดูกันว่าแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์มีที่มาที่ไปกันอย่างไร    

ไทยวน หรือคนเมือง      
คือกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณภาคเหนือของประเทศไทย มักตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไหลผ่านระหว่างหุบเขา เช่น ลุ่มแม่น้ำปิงเป็นที่ตั้งของเมืองเชียงใหม่และลำพูน ลุ่มแม่น้ำวังเป็นที่ตั้งของเมืองลำปาง ลุ่มน้ำยมเป็นที่ตั้งของเมืองแพร่ และลุ่มแม่น้ำน่านเป็นที่ตั้งของเมืองน่าน เป็นต้น ชาวไทยวนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักตามภูมิประเทศที่อาศัยที่ตั้งถิ่นฐาน



ชาวไทลื้อ    
ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณตอนใต้ของจีน มีเมืองเชียงรุ่ง ในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนาน เป็นศูนย์กลาง ชาวไทลื้อจึงมีประวัติศาสตร์ร่วมกับจีนมาเป็นเวลายาวนาน ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมามีกลุ่มชาวไทลื้อบางส่วนได้อพยพและถูกกวาดต้อนลงมาอยู่ทางตอนเหนือของพม่า ตอนเหนือของลาว ตอนเหนือของเวียดนาม และทางตอนเหนือของประเทศไทย ในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน  ลำปาง พะเยา แพร่ และน่าน เมื่อย้ายมาตั้งถิ่นฐานตามที่ต่างๆ แล้ว ชาวไทลื้อก็มีการปรับตัวเข้ากับท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน




ไทเขิน หรือ ไทขึน 
เป็นชนชาติหนึ่งที่เรียกตนเองตามพื้นที่อยู่อาศัยในลุ่มแม่น้ำ “ขึน”โดยมีเมืองเชียงตุงเป็นศูนย์กลาง เป็นเมืองในหุบเขา อยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน ในเขตการปกครอง สหภาพพม่า ภายหลังได้มีการกวาดต้อนชาวไทเขินบางส่วนลงมายังอำเภอเมือง และอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ว่างเว้นจึงทำงานหัตถกรรมประเภทเครื่องเงิน เครื่องเขิน และเคี่ยนไม้ (กลึงไม้)






















ไทใหญ่ 
มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่รัฐฉาน สหภาพพม่า เรียกตัวเองว่า “คนไต” แต่ชาวล้านนาทั่วไปมักเรียกว่า “เงี้ยว” โดยเองหลวงที่ถือเป็นศูนย์กลางคือ เมืองตองจีหรือตองกี นอกจากนั้นยังมีชาวไทใหญ่ส่วนหนึ่งที่ได้อพยพมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย และอำเภอเชียงดาว อำเภอเวียงแหง ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ยังมีกลุ่มชาวไทยใหญ่ทีอาศัยอยู่ในทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนานสาธารณรัฐประชาชนจีน เช่น เมืองมาว เมืองวัน เมืองหล้า เมืองขอน เป็นต้น และบางส่วนของรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย โดยเฉพี่ตำบลช้างปานี แขวงเมืองสิพพสาครและอรุณาจลประเทศ

ลัวะ หรือ ละว้า หรือ ละเวือะ 
คือชนเผ่าพื้นเมืองก่อนชาติพันธุ์ไท เป็นเจ้าของพื้นที่ดั้งเดิมก่อนการสร้างชาติรัฐล้านนา ในอดีตลัวะเคยมีวิวัฒนาการที่เจริญรุ่งเรือง มีการสร้างบ้านแปลงเมือง มีระบบการปกครอง มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเป็นอัตลักษณ์เป็นของตนเอง เมื่อถูกชาติพันธุ์ไทรุกรานจึงถอยร่นสู่ที่ราบเชิงเขาและสันเขา ปัจจุบันตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ในรัฐฉาน สหภาพพม่า ตอนเหนือของลาว และทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยการกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย และน่าน




กะเหรี่ยง หรือ ปกาเกอะญอ 
คนล้านนามักเรียกว่า “ยาง” พม่าเรียกว่า “กะยิ่น” ฝรั่งเรียกว่า “กะเรน” กลุ่มชาติพันธุ์นี้เรียกตัวเองว่า “กะเหรี่ยง” ประกอบด้วยกะเหรี่ยงหลากหลายกลุ่ม กลุ่มใหญ่ๆ คือ ปกาเกอะญอ (สกอว์) โพล่ง (โปว์) ตองสู้ (ปะโอ) และบะแก (บะเว) แต่เดิมกะเหรี่ยงตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณต้นแม่น้ำสาละวิน สหภาพพม่า ต่อมาได้อพยพเข้ามาตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า สู่ภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทย ใน 15 จังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ตาก และกาญจนบุรี แม้กะเหรี่ยงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวเขา แต่ก็มิได้อาศัยบนเขาสูงเสียทั้งหมด บางส่วนสร้างบ้านแปลงเรือนอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบ หรือพื้นที่ราบเชิงเขา เหมือนกลุ่มชาติพันธุ์ไทอื่นๆ





















ดารอั้ง หรือชาวไทใหญ่เรียก “ปะหล่อง”
เป็นชนเผ่าที่มีที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนดอยสูง กระจัดกระจายอยู่บริเวณรัฐฉาน รัฐคะฉิ่น สหภาพพม่า และมณฑล ยูนนาน ประเทศจีน แต่ด้วยภัยสงคราและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศพม่า ช่วงปี พ.ศ.2511-2527 ชาวดาราอั้งส่วนมากต้องข้ามน้ำสาละวินลัดเลาะจากเชียงตอง เมืองปั่น ในเขตเชียงตุง มายังฝั่งประเทศไทย มาอาศัยบริเวณบ้านนอแล บ้านห้วยเลี้ยม บ้านแคะนุ ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้กับพื้นที่รับผิดชอบของสถานีเกษตรหลวงอ่างข่าง อำเภอฝาง และส่วนหนึ่งจัดให้อยู่ บ้านปากแดง บ้านแม่จร บ้านห้วยโป่ง อำเภอเชียงดาว บ้านห้วยหวาย บ้านห้วยทรายขาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และบ้านสันต้นปุย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
 

















แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดในเชียงใหม่

เชียงใหม่ไนท์บาซ่าร์

เชียงใหม่ไนท์บาซาร์
แหล่งช็อปปิ้ง แหล่งกิน ในยามค่ำคืนของชาวเชียงใหม่ และ นักท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ จะเริ่มเปิดให้บริการประมาณช่วงเย็นๆ จนถึงประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ 
ถนนวัวลาย เชียงใหม่





 ถนนวัวลาย ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับประตูเมืองเชียงใหม่ เปิดเฉพาะวันเสาร์ เวลาประมาณ 17.00 - 22.00 น. สินค้าที่โดดเด่นมากในย่านนี้ผลิตภัณฑ์เครื่องเงินต่างๆ หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ของใช้ หรือ ของประดับตกแต่งบ้าน ถนนเส้นนี้มีความยาวประมาณ 3 กม.

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไทย :: จังหวัดเชียงใหม่




เชียงใหม่ หรือชื่อเดิม “นพบุรีศรีนครพิงค์” ก่อตั้งเป็นราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนาเมื่อกว่า 700 ปีก่อน โดยพญาเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย ต่อมาในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองประเทศราช และเมื่อมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองส่วนภูมิภาคในสมัยพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองเชียงใหม่จึงเปลี่ยนฐานะเป็นมณฑลพายัพ และกลายเป็นจังหวัดในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
เชียงใหม่นับเป็นศูนย์กลางของจังหวัดในภาคเหนือ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศ เนื่องจากความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งทางด้านธรรมชาติอันงดงาม ด้านศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของชาวเชียงใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์น่าประทับใจ และความพรั่งพร้อมในเรื่องสถานที่พักและบริการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ที่หลากหลาย เป็นที่ดึงดูดคนมาท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปี



ประวัติและความเป็นมา :
เชียงใหม่ มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ในตำนานแรกๆ ที่กล่าวถึงเชียงใหม่ อย่างตำนานว่าด้วยพระธาตุในล้านนา กล่าวถึง ลัวะ ว่าเป็นชนพื้นเมืองมาก่อน ตำนานมูลศาสนา ชินกาลมาลีปกรณ์และจามเทวีวงศ์ กล่าวเปรียบเทียบลัวะ ว่าเป็นคนเกิด ในรอยเท้าสัตว์ ด้วยเหตุที่ ลัวะ ถือเอารูปสัตว์เป็นสัญลักษณ์ ตำนานรุ่นหลังอย่างตำนานสุวรรณคำแดง หรือ ตำนานเสาอินทขิล เล่าว่า ลัวะ เป็นผู้สร้าง เวียงเจ็ดลิน เวียงสวนดอก และเวียงนพบุรี หรือ เชียงใหม่ ลัวะ จึงน่าจะเป็นชนกลุ่มแรก ที่สร้างเมือง แต่ก่อนหน้านี้ ก็คงมีมนุษย์อาศัยอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว แต่ยังไม่เป็นเมืองเต็มรูปแบบ
ในขณะเดียวกัน ที่ลำพูน ก็มีเมืองชื่อหริภุญไชย ตามตำนานการสร้างเมืองเล่าว่า พระนางจามเทวีวงศ์ ธิดากษัตริย์เมืองละโว้ เสด็จขึ้นมาครองหริภุญไชยใน พ.ศ.1310-1311 ครั้งนั้น พระนางได้พาบริวาร ข้าราชบริพาร ที่เชี่ยวชาญ ในศิลปวิทยาการต่างๆ ขึ้นมาด้วย หริภุญไชยจึงได้รับเอาพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ละโว้ มาใช้ในการพัฒนาจนเจริญขึ้นเป็นแคว้นใหญ่ จวบจนประมาณปี พ.ศ.1839 พญามังราย ผู้สืบเชื้อสายมาจากปู่เจ้าลาวจก หรือ ลวจักราช เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์ลาว ครองเมืองเงินยาง ซึ่งได้แผ่อำนาจครอบคลุมลุ่มแม่น้ำกก และได้สร้างเวียงเชียงราย ขึ้นเป็นกองบัญชาการ ซ่องสุมไพร่พล เพื่อยึดครองหริภุญไชย เนื่องจากหริภุญไชย เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญ และเป็นชุมทางการค้า
พญามังรายได้เข้ายึดครองหริภุญไชย แล้วประทับอยู่เพียง 2 ปี ก็ทรงย้ายไปสร้างเวียงกุมกาม ใน พ.ศ.1837 ก่อนจะย้ายมาสร้าง เวียงเชียงใหม่ ใน พ.ศ.1839 โดยได้ร่วมกับพระสหายคือ พญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหง สถาปนา "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" ขึ้น



อาณาเขต :

ทิศเหนือ ติดกับรัฐเชียงตุงของประเทศพม่า
ทิศใต้ ติดกับจังหวัดลำพูน และ จังหวัดตาก
ทิศตะวันออก ติดกับ จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงราย และ จังหวัดลำพูน
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอและกิ่งอำเภอต่างๆ
 

อำเภอแม่ริม 8 กิโลเมตร
อำเภอสารภี 10 กิโลเมตร
อำเภอสันทราย 12 กิโลเมตร
อำเภอสันกำแพง 13 กิโลเมตร
อำเภอหางดง 15 กิโลเมตร
อำเภอดอยสะเก็ด 18 กิโลเมตร
อำเภอสันป่าตอง 22 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอแม่ออน 29 กิโลเมตร
อำเภอแม่วาง 35 กิโลเมตร
อำเภอแม่แตง 40 กิโลเมตร
อำเภอสะเมิง 54 กิโลเมตร
อำเภอจอมทอง 58 กิโลเมตร
อำเภอเชียงดาว 68 กิโลเมตร
อำเภอฮอด 88 กิโลเมตร
อำเภอพร้าว 103 กิโลเมตร
อำเภอดอยเต่า 121 กิโลเมตร
อำเภอไชยปราการ 131 กิโลเมตร
อำเภอเวียงแหง 150 กิโลเมตร
อำเภอฝาง 154 กิโลเมตร
อำเภอแม่แจ่ม 156 กิโลเมตร
อำเภอแม่อาย 174 กิโลเมตร
อำเภออมก๋อย 179 กิโลเมตร